• ปรับขนาดตัวอักษร

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์

Office of Provincial Commercial Affaris Kalasin

" จุรินทร์ "ถกรัฐมนตรีสปป.ลาว ช่วยอำนวยความสะดวกส่งออกผลไม้ไทยไปจีน

https://www.commercenewsagency.com/news/4942?fbclid=IwAR2HSjzM56QuWkGfB2HMlR-H7iOi86500sNXGpRKkbjrDf 31 มี.ค. 2565 อ่าน [1]

...
“จุรินทร์”ถกรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว ช่วยอำนวยความสะดวกส่งออกผลไม้ไทยไปจีน ช่วงผ่านลาว ขอไม่ต้องเปลี่ยนรถหัวลาก หรือช่วยเพิ่มหัวลาก และเปิดด่าน 24 ชั่วโมง พร้อมขอความชัดเจนอัตราค่าขนส่งรถไฟลาว-จีน เปิดด่านเพิ่ม 9 แห่ง เร่งขยายออก Form D ด่านสากล ส่วนสปป.ลาว ขอไทยเพิ่มเวลานำเข้าข้าวโพด นำเข้ามันสำปะหลัง และขอนำน้ำมันปาล์มผ่านจากมาเลเซีย  
         
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2565 ที่ผ่านมา ได้ประชุมหารือกับ ดร.คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังจีน โดยการส่งออกผลไม้ทางบก ผ่านเชียงของ ของไทยผ่านบ่อเต็น ไปเข้าด่านบ่อหาน (โม่ฮาน) ของจีน ทางยูนนานตอนใต้ ขณะนี้มีปัญหาอุปสรรค คือ การจราจรติดขัดยาวเหยียดมาก เนื่องจากขั้นตอนกระบวนการและความเข้มงวดของรัฐบาลจีน ในเรื่องนโยบาย Zero Covid รวมถึงอุปสรรคการจราจรฝั่งลาว จึงได้ขอเสนอให้รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าลาวรับไปพิจารณาให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้การส่งออกผลไม้จากไทยผ่านสปป.ลาวไปจีนทำได้สะดวกขึ้น
         
โดยข้อเสนอ มี 2 ประเด็น ได้แก่ 1.ขอให้รถของไทยที่ผ่านด่านเชียงของข้ามไปลาวไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรถหัวลากของทางการลาว แต่ให้ข้ามชายแดนไปได้ และไปเปลี่ยนหัวลากทีเดียวที่บ่อเต็น ก่อนเข้าบ่อหาน (โม่ฮาน) ได้หรือไม่ เนื่องจากในอดีต เคยปฏิบัติมาอย่างนั้น หรือถ้าไม่ได้ ก็ขอให้ทางการลาวได้ช่วยพิจารณาเพิ่มรถหัวลากให้ทันต่อการให้บริการรถจากฝั่งไทยให้มากเพียงพอ 2.ขอให้ทางการลาวได้เพิ่มเวลาการให้บริการที่ด่านบ่อเต็น อาจจะเพิ่มเป็น 24 ชั่วโมงได้หรือไม่ ซึ่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าลาวได้ตอบรับในการนำประเด็นนี้ไปหารือใน ครม. สปป. ลาวโดยเร็ว
         
ส่วนประเด็นรถไฟลาว-จีน ขณะนี้อัตราค่าขนส่ง ยังไม่ชัดเจน จึงได้ขอให้ทางการลาวพิจารณาในเรื่องนี้ เพื่อเอกชนในฝั่งไทยจะได้รับทราบและคิดคำนวณต้นทุนด้านการขนส่ง ซึ่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าลาวได้รับไปแล้วว่ารัฐบาลลาวได้เร่งพิจารณาเรื่องนี้อยู่ เพื่อที่จะได้กำหนดอัตราค่าขนส่งที่ชัดเจนต่อไป และยังได้ขอให้ทางการลาวอำนวยความสะดวกเมื่อถึงเวลาที่สินค้าไทยจะต้องข้ามจากหนองคายไปใช้บริการรถไฟลาว-จีนต่อไป  
         
นอกจากนี้ ในด้านการขยายการค้าชายแดน ได้ขอให้ทางการลาวอำนวยความสะดวกและพิจารณาการเปิดด่านเพิ่ม 9 ด่าน จากที่เปิดอยู่แล้ว 12 ด่าน ประกอบด้วย ด่านบ้านปากแซง ด่านเชียงของ ด่านท่าเทียบเรือมุกดาหาร ด่านท่าเทียบเรือเทศบาลนครพนม ด่านบ้านจุมพล ด่านท่าเรือหนองคาย ด่านบ้านม่วง ด่านบ้านหม้อ ด่านอำเภอเชียงคาน ด่านบ้านแจมป่อง เพื่อให้เป้าหมายร่วมกันทางการค้าปี 2568 ได้บรรลุ 3.63 แสนล้านบาท ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการค้าทั้งสองประเทศต่อไป ซึ่งประเด็นนี้ทาง สปป.ลาว ก็ได้รับไปพิจารณา
         


ขณะเดียวกัน ในเรื่องการส่งออกสินค้าไทยไปยังสปป.ลาว มีเอกสารสำคัญที่จำเป็นที่เรียกว่า Form D คือ เป็นใบแจ้งแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งที่ผ่านมา จำเป็นต้องใช้ระยะเวลา เพราะก่อนที่สินค้าจะข้ามแดนไปได้ จะต้องได้รับใบ Form D โดยอนุมัติจากเวียงจันทน์ ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ซึ่งไทยเคยหารือกับทางการลาวมาก่อนหน้านี้ตลอด 1-2 ปี ที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับข่าวดีจากทางการลาว ได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านจำนวน 5 ด่านสากล เริ่มโครงการนำร่องในการให้เจ้าหน้าที่ออก Form D ให้กับผู้นำเข้าลาว 11 บริษัทได้ก่อน โดยเริ่มดำเนินการ 10 ก.พ.2565 และจะขยายผลต่อไป
         
นายจุรินทร์กล่าวว่า ทางด้านสปป.ลาว ได้ขอให้ไทยขยายเวลาการอนุญาตนำเข้าข้าวโพดจากลาวเข้าไทย เนื่องจากปัจจุบันไทยอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพดเฉพาะช่วง 1 ก.พ.-31 ส.ค. เป็นเวลา 7 เดือน ให้มากกว่าปัจจุบัน โดยทางการลาวอยากจะส่งออกมายังไทยในบางช่วง ซึ่งไทยก็มีความต้องการข้าวโพดเพื่อการเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดของลาวยังมีตกค้างอยู่บางส่วน ซึ่งตนรับประเด็นนี้ไว้เพื่อพิจารณาต่อไป  
         
ทั้งนี้ ทางการลาวยังมีความประสงค์จะส่งออกมันสำปะหลังเข้ามาไทยเพิ่มเติม ซึ่งได้แจ้งไปว่าขณะนี้การนำเข้ามันสําปะหลังจากลาวมายังไทย สามารถดำเนินการได้ 24 จังหวัด 25 จุดช่องทางทางการค้า และทางการลาวยังขอนำผ่านน้ำมันปาล์มจากมาเลเซียผ่านแดนไทยไปยังลาว โดยจะนำผ่านปีละไม่เกิน 5,000 ตัน คือ ไม่ได้นำเข้าไทย แต่เป็นการนำผ่านไทยไปยัง สปป.ลาว จากมาเลเซียเท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการ กนป. ได้อนุญาตไปแล้ว ขณะนี้รอขั้นตอนกระบวนการปรับระเบียบทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเสร็จประมาณเดือนมิ.ย.2565
         
ในปี 2564 สปป.ลาว เป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของไทยในอาเซียน ตัวเลขการค้าระหว่างไทยกับ สปป.ลาว มีมูลค่า 229,572 ล้านบาท เพิ่ม 15% และได้ตั้งเป้ามูลค่าการค้าร่วมกัน ในปี 2568 มูลค่า 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 363,000 ล้านบาท ซึ่ง 93.5% ของตัวเลขการค้าระหว่างกันทั้งหมดเป็นการค้าชายแดน คิดเป็นมูลค่า 214,814 ล้านบาท  เพิ่ม 13.17%  

ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร


บริการออนไลน์จากกระทรวงพาณิชย์

BANNER จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด

    result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array
  • result=Array

BANNER จากสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์